dot
dot
สมัครสมาชิก PSDC
อีเมล:
รหัสผ่าน:
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletปลูกรากฟันเทียมแบบทันที
bulletปลูกรากฟันเทียมแบบเดี่ยว
bulletปลูกรากฟันเทียมด้วย SLA Active


PSDC เชิญทุกท่านพบกับการบริการ ครบทุกรูปแบบ

รากฟันเทียม

Q  

รากฟันเทียม คืออะไร ?

A

 

ชนิดต่างๆ ของรากฟันเทียม
รากฟันเทียม ทำมาจากวัสดุที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายของเรา ใช้ทดแทนฟันที่หายไปได้ทั้งส่วนของรากและส่วนตัวฟัน รากฟันเทียมโดยทั่วไปในยุคปัจจุบันมักเป็นเกลียวหรือทรงกระบอกที่ทำมาจากโลหะไทเทเนียม

ไทเทเนียมเป็นโลหะที่พิเศษ กล่าวคือ มันจะยึดตึดกับกระดูกโดยไม่มีชั้นใดๆ มาขวางกั้น การที่ไทเทเนียมยึดแน่นกับกระดูกนี้ เรียกกันว่า osseointegration ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของไทเทเนียมคือ มันจะไม่ทำให้เกิด อาการแพ้ ร่างกายยอมรับได้ดี ไม่มีการอักเสบของเนื้อเยื่อช่องปาก และเพราะคุณสมบัติที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อ เยื่อในร่างกายมนุษย์ จึงมีการใช้ไทเทเนียมกันอย่างกว้างขวางในทางการแพทย์ เช่น การฝังเข้าไปในสะโพก  หัวเข่า ฯลฯ

โดยทั่วไปแล้ว รากฟันเทียมจะมีความยาวตั้งแต่ 6–15 มิลลิเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 มิลลิเมตร ปัจจุบัน มีหลากหลายบริษัทผู้ผลิตรากฟันเทียม แต่มีเพียงไม่กี่ระบบที่มีผลการศึกษาและวิจัยถึงผลการใช้งาน ในระยะยาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Q

ใส่รากฟันเทียมอย่างไร ?

A

ต้องมีการวางแผนการรักษาที่ดีและครอบคลุมก่อนในขั้นแรก ภาพถ่ายรังสีและแบบจำลองฟันที่ได้จากการพิมพ์ปากจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการประเมินปริมาณกระดูกในแง่ของความกว้างและลึก ดังนั้น จะสามารถวางแผนสำหรับเลือกขนาดของรากฟันเทียมที่เหมาะสมได้


ภาพถ่ายรังสีสำหรับวัดปริมาณกระดูก

การทำรากฟันเทียม เป็นกระบวนการทางศัลยกรรมที่ทำภายใต้ภาวะปลอดเชื้อ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 45-90 นาที โดยใช้ยาชาเฉพาะที่ จึงไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้อาจก่อให้เกิดความเครียดต่อคนไข้ได้ การใช้ก๊าซ ไนตรัสออกไซด์ (ก๊าซหัวเราะ) หรืออาจเป็นยาสงบประสาท อาจถูกนำมาใช้ได้ในบางกรณี ซึ่งจะช่วยให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายและสบายขึ้น

ในการทำรากฟันเทียมที่ยุ่งยากซับซ้อนขึ้น เช่น ในกรณีที่มีการเติมปริมาณกระดูก อาจพิจารณาใช้การดมยาสลบสำหรับคนที่กลัวการทำฟันมากๆ ได้ โดยจะต้องอาศัยบุคคลากรที่ชำนาญการโดยเฉพาะ

เมื่อเหงือกและเนื้อเยื่อหมดความรู้สึก (ชา) ทันตแพทย์ก็จะเปิดเหงือออกอย่างระมัดระวัง แล้วกรอกระดูกจนมีขนาดพอเหมาะกับรากฟันเทียมที่เลือกไว้ แล้วใส่รากฟันเทียม (เฉพาะในส่วนของราก) ลงไป จากนั้น ก็จะเย็บปิดเหงือกด้านบนเอาไว้ รอเวลาให้แผลหาย โดยในระหว่างนี้ อาจมีฟันปลอมให้ใช้งานไปก่อนได้ แล้วแต่กรณี

ถึงเวลาใส่ฟันลงไปบนรากฟันเทียม

เมื่อถึงเวลาที่รากฟันเทียมเฉพาะในส่วนของรากเชื่อมติดแน่นดีกับกระดูกโดยรอบ ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 6-12 สัปดาห์ ทันตแพทย์ก็จะเปิดเหงือกออกมาอีกครั้ง เพื่อใส่ฟันลงไปบนรากฟันเทียมที่อยู่ภายในกระดูกแล้ว ซึ่งอาจใช้วิธีปกติ หรือใช้เลเซอร์ก็ได้ กระบวนการใส่ฟัน จะประกอบไปด้วยการพิมพ์ปาก ส่งงานไปแล็บ แล้วเมื่อได้ชิ้นงานฟันปลอม ก็จะนำมาใส่ลงไปบนรากฟันเทียมนั้นๆ ได้เลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Q

อะไรเป็นข้อดี-ข้อเสียของรากฟันเทียม ?

A

 

    • รากฟันเทียม ทำให้การใส่ฟันติดแน่นเป็นไปได้ แม้แต่ในรายที่เดิมทีนั้นมีเฉพาะฟันปลอมชนิดถอดได้เท่านั้นที่เป็นไปได้ ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ต้องมีการกรอฟันดีๆ ข้างเคียงเพียงเพื่อจะใส่ฟันติดแน่น นอกจากนั้น รากฟันเทียม ยังสามารถป้องกันมิให้กระดูกขากรรไกรละลายไป ซึ่งจะทำให้ฟันปลอมนั้นอยู่กับที่ได้ดี ไม่หลวมหลุดง่าย
    • เพราะรากฟันเทียมต้องอาศัยการผ่าตัดเล็กในช่องปาก ดังนั้น จึงอาจจัดได้ว่าเป็นข้อด้อยก็ว่าได้ และระยะเวลาที่ต้องรอกว่าจะใช้งานรากฟันเทียมได้นั้น ก็จัดว่าเป็นข้อเสียได้เช่นกัน ในบางกรณี การทำรากฟันเทียม อาจราคาสูงกว่าการใส่ฟันโดยทั่วไปอีกด้วย

      ข้อดี-ข้อด้อยของรากฟันเทียมนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ หาได้เฉพาะเจาะจงลงไปไม่

Q

ทำรากฟันเทียมจะเจ็บปวดมากหรือไม่ ? หลังผ่าตัดฝังรากฟันเทียมจะเป็นอย่างไร ?

   

A  

การผ่าตัดฝังรากฟันเทียมจะใช้ยาชาเฉพาะที่ ซึ่งจะทำให้ไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด หากท่านต้องการยาสงบประสาทหรือการดมยาสลบก็สามารถขอรับบริการได้เช่นกัน หลังจากการฝังรากฟันเทียมแล้ว จะมีการเจ็บแผลบ้างเล็กน้อยเป็นธรรมดาของแผลผ่าตัด ซึ่งจะหายได้เองในไม่กี่วันหลังจากนั้น ยาแก้ปวดสามารถช่วยให้หายได้ บางทีอาจมีการบวมเกิดขึ้นได้บ้าง โดยทั่วไปแล้ว อาจบวมได้นานประมาณ 3-4 วัน และในบางกรณี อาจพบเห็นรอยฟกช้ำได้เช่นกัน แต่ก็จะหายเป็นปกติได้โดยเร็ว

 

Q

การเติมกระดูก เป็นอย่างไร ?

  (1) (2)
(3) (4)

A  

ในสันเหงือกที่แคบ ก่อนที่เราจะฝังรากฟันเทียมลงไปนั้น จะต้องเติมชิ้นกระดูกลงไปเสียก่อน ( ภาพที่ 1). ในกรณีที่หลงเหลือรอยกระดูกที่ต้องเติมเล็กน้อย ก็อาจใช้เศษกระดูก หรือ กระดูกสังเคราะห์ ( ภาพที่ 2-4)

บ่อยครั้งที่ความสูงหรือความกว้างของกระดูกขากรรไกรนั้นลดลงจากปรากฎการณ์ละลายของกระดูกตามธรรมชาติ คงเหลือแต่กระดูกที่มีปริมาณไม่เพียงพอต่อการรองรับรากฟันเทียม กรณีเช่นนี้ จำเป็นต้องมีการเติมกระดูก ซึ่งอาจทำก่อนหรือขณะที่ทำการฝังรากฟันเทียมก็ได้ วัสดุที่ดีที่สุดสำหรับการเติมกระดูก ก็คือ กระดูกของตัวผู้ป่วยเองซึ่งสามารถเอามาจากกระดูกขากรรไกรล่างของตัวผู้ป่วยนั่นเอง ในกรณีที่ต้องการกระดูกในปริมาณมากๆ จะต้องใช้จากแหล่งภายนอกช่องปาก เช่น จากกระดูกสะโพก เป็นต้น การปลูกกระดูกในกรณีเช่นนี้ จะใช้กระดูกเป็นชิ้น แล้วยึดติดที่บริเวณที่ต้องการเติมด้วยสกรูไทเทเนียม หรืออาจบดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาไว้บริเวณที่ต้องการเติม แล้วคลุมไว้ต้องแผ่นเมมเบรนบางๆ ทิ้งไว้ประมาณ 6 เดือน กระดูกที่เติมลงไปก็จะเชื่อมติดกับกระดูกที่บริเวณนั้น จากนั้น ก็ทำการฝังรากฟันเทียมได้

สำหรับร่องรอยที่กระดูกไม่เพียงพอเพียงเล็กน้อยนั้น สามารถใช้กระดูกสังเคราะห์ (เช่น BioOss) มาเติมได้ ภายใน 6-12 เดือน กระดูกสังเคราะห์และกระดูกจริงในบริเวณนั้นก็จะเชื่อมติดกันได้ ข้อดีของวิธีนี้คือ ไม่ต้องทำการเอากระดูกมาจากแหล่งอื่นๆ ในตัวผู้ป่วยเองแต่อย่างใด

 

 

 

Q

ยกพื้นโพรงอากาศ “ Sinus Lift” คืออะไร ?

A  

“Sinus Lift” ก็คือการยกระดับพื้นของโพรงอากาศเหนือขากรรไกรบน เป็นการเติมกระดูกชนิดหนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว บริเวณปลายรากของฟันกรามบนจะมีโพรงอากาศขนาดใหญ่อยู่ ซึ่งจะมีปริมาณกระดูกน้อย ทำให้การฝังรากฟันเทียมเป็นไปได้ยาก การยกระดับพื้นของโพรงอากาศสามารถช่วยให้มีกระดูกมากพอจะฝังรากฟันเทียมได้ โดยกระบวนการผ่าตัดจากภายในช่องปาก จะเห็นพื้นของโพรงอากาศ จากนั้นก็ยกมันขึ้นไป แล้วเติมบริเวณช่องว่างที่เกิดจากการยกพื้นโพรงอากาศขึ้นไปแล้ว ด้วยเศษกระดูกหรือกระดูกสังเคราะห์ แล้วแต่กรณี ในกรณีที่กระดูกที่มีอยู่มีความสูงพอจะฝังรากฟันเทียมได้ ก็จะสามารถฝังไปพร้อมกับการเติมกระดูกหลังจากยกพื้นโพรงอากาศไปแล้วได้ในครั้งเดียวกัน แต่ถ้าปริมาณกระดูกไม่เพียงพอที่จะพยุงรากฟันเทียมเอาไว้ได้เลย ก็จะต้องเติมกระดูกเสียก่อน รอจนกระดูกที่เติมลงไปเชื่อมติดกับกระดูกเดิม แล้วค่อยฝังรากฟันเทียมอีกครั้งหนึ่ง โดยทิ้งระยะเวลาไว้ประมาณ 6 เดือน

กรณีต้องการเติมกระดูกในปริมาณน้อยๆ จะสามารถเติมได้เลยในครั้งเดียวกันกับการฝังรากฟันเทียมโดยใช้เศษกระดูกหรือกระดูกสังเคราะห์

Q

การฝังรากฟันเทียมจะมีความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนอะไรเกิดขึ้นได้หรือไม่ ?

A  

ในยุคปัจจุบัน มีรายงานถึงอัตราความสำเร็จในการรักษาทางทันตกรรมรากเทียมว่าสูงขึ้นมาก โดยในรากฟันเทียมที่ทำโดยทันตแพทย์ด้านศัลยกรรมช่องปากผู้ชำนาญนั้น จะสามารถใช้งานได้ยาวนานมากถึง 90% ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากเมื่อเทียบกับรายงานผลด้านการแพทย์อย่างอื่นๆ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการวางแผนการรักษาและดำเนินการอย่างระมัดระวังเป็นอย่างดีแค่ไหน ผลการรักษาที่ล้มเหลวก็สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น การที่มีรากฟันเทียมหรือกระดูกที่เติมลงไปนั้นสูญเสียไปจากการที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย หรืออาจเพราะรับแรงมากเกินไป และอาจพบผลต่อเส้นประสาทรับความรู้สึกหรือฟันข้างเคียงอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สูญเสียรากฟันเทียม ได้แก่ :

  • การมีสุขภาพช่องปากที่ไม่ดี
  • สูบบุหรี่จัด
  • เป็นโรคกระดูกพรุนรุนแรง

เป็นโรคเบาหวานที่ขาดการควบคุม

Q

รากฟันเทียม จะอยู่ไปได้นานแค่ไหน ?

A

มีการศึกษาถึงความคงทนของรากฟันเทียมมานานถึบง 30 ปีแล้ว ผลปรากฎว่า หากมีสุขภาพช่องปากและการดูแลที่ดี มีการตรวจสุขภาพปากและฟันอย่างสม่ำเสมอ รากฟันเทียมก็จะสามารถอยู่คงทนได้ ตลอดชีวิต

 

 

Q

รากฟันเทียมเหมาะสำหรับทุกคนหรือไม่ ?

A  

โดยทั่วไปแล้ว ทุกคนสามารถทำรากฟันเทียมได้ มีน้อยมากจริงๆ ที่ไม่สามารถทำได้ แม้แต่อายุของคนไข้เอง ก็ไม่ได้สำคัญ ไม่ว่าจะทำรากฟันเทียมในคนสูงอายุ หรือในวัยหนุ่มสาว ต่างก็ให้ผลที่ดีเหมือนกัน ทั้งนี้ ก็ต่อเมื่อคนๆ นั้นสามารถดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของตนได้เป็นอย่างดี

Q

นานแค่ไหนแผลถึงจะหาย ? แล้วจะใส่ฟันปลอมชั่วคราวระหว่างรอใส่ฟันจริงได้หรือไม่ ?

A 

ระยะเวลาการหายของแผลรากฟันเทียมก่อนจะใส่ครอบหรือฟันปลอมลงไปบนนั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณและคุณภาพของกระดูกที่ฝังรากเทียมนั้นๆ เอง รวมทั้งความยาวและเส้นผ่านศูนย์กลางของรากฟันเทียมที่ใช้ฝังด้วย ในรายปกติทั่วไปที่กระดูกดีและเหมาะสม หากฝังรากฟันเทียมเพียง 2-3 ราก ก็อาจใส่ฟันปลอมลงไปได้เลย แต่ยังรับแรงไม่ได้ เพราะรากฟันเทียมยังไม่แน่นดีนัก เสี่ยงต่อการหลุดได้ หากฝังจำนวนมากกว่านั้น หรือกรณีกระดูกไม่ดีนัก คงต้องรอประมาณ 6-12 สัปดาห์ จนกว่ารากฟันเทียมจะแน่นพอแล้วใส่ฟันให้รับแรงเคี้ยวได้ หากมีการเติมกระดูก จะต้องรอนานขึ้น อาจนานถึง 6 เดือนได้

ฟันปลอมชนิดติดแน่นหรือถอดได้สำหรับใช้ชั่วคราวระหว่างรอแผลรากฟันเทียมหาย ก็สามารถใส่ได้ช่ว



มาตรฐานการทำความสะอาดเครื่องมือ ระดับสากลarticle

ศูนย์ทันตกรรม ของเรา มี มาตรฐานการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ เครื่องมือทันตกรรมทุกชิ้น เราใช้ ระบบมาตรฐานสากล กระบวนการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเป็นกระบวนการที่เราให้ความสำคัญสูงสุดกระบวนการหนึ่ง ซึ่งเราระบุไว้ในขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ Sterization

PSDC กับการบริการทันตกรรม ครบวงจร

การบริการทางทันตกรรมครบทุกสาขา

PSDC เปิดให้บริการด้านทันตกรรมทุกชนิด อาทิ อุดฟัน, ขูดหินปูน, รักษารากฟัน, ฟอกสีฟัน, ทันตกรรมรากฟันเทียม, ครอบฟัน, สะพานฟัน, เคลือบฟันเซรามิก(veneers), inlays, onlays, จัดฟัน, จัดฟันแบบสีเหมือนฟัน, จัดฟันแบบไม่เห็นเครื่องมือ(จัดฟันด้านใน), invisalign, ฟันปลอม, ศัลยกรรมช่องปาก และ ทันตกรรมทั่วไป.

Article Name: Column5 - Article1
This is sample overview text of your web article which is displayed on the first page of your website. Please edit or put your own text here...
Article Name: Column1 - Article3article

<object width="400" height="345"><param name="movie" value="http://media.imeem.com/v/ZGSx3SHP-U/aus=false/pv=2"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><embed src="http://media.imeem.com/v/ZGSx3SHP-U/aus=false/pv=2" type="application/x-shockwave-flash" width="400" height="345" allowFullScreen="true"></embed><a href="http://www.imeem.com/people/k9zY6rE/video/3ey1bxNQ/no_title_movies_video/">(no title) - </a></object>

หน้า 1/1
1
[Go to top]



สอบถามข้อมูล รากเทียม Call Center 02-958-2520-21 เปิดบริการ ทุกวัน 09.00-20.00 น.